What Do You Hate?

Share คุณเกลียดอะไร คุณเกลียดใคร เกลีย

Lost

Share ถ้าย้อนนับกลับไป ชีวิตนี้ทำของหา

เชียงคาน สราญรมย์

Share   ไม่ได้ออกเดินทางนานมาก  จนอาจเ

 

What Do You Hate?

April 3, 2012 in A Little Things

คุณเกลียดอะไร คุณเกลียดใคร เกลียดคนอื่น หรือว่าเกลียดตัวเอง

 

คนเรานี่แปลก ไม่ชอบแต่ก็อยากรู้ เกลียดแต่ก็ตามถามข่าว เข้าตำรายิ่งเกลียดยิ่งขุดคุ้ยว่างั้นเถอะ

 

มีเพื่อนคนนึงบอกว่า ‘เวลาที่ใครเค้าเกลียดเรา เค้าก็จะระแวงว่าเราก็จะเกลียดเค้าด้วยเหมือนกัน’

 

อันนี้เห็นด้วยกับเพื่อนคนนั้นนะ เพราะเกลียดก็เลยระแวงว่าอีกฝ่ายก็จะว่าจะด่าเรา เหมือนที่เราด่าเค้า

 

ชีวิตคนเรามันมีอะไรตั้งหลายเรื่องให้คิด ให้บ่น บางทีมันอาจไม่เกี่ยวอะไรกับใครเลยก็ได้

 

เค้าอาจจะแค่สบถใส่ชีวิตถุยๆของตัวเอง แต่คนระแวงก็จะคิดไปว่าเค้าด่าว่าเรา

 

จริงอยู่ว่ามันอดไม่ได้ที่จะบ่นว่าคนที่เราไม่ชอบบ้าง แต่ถ้าต่างคนต่างไม่มารับรู้ มันจะไม่ดีกว่าเหรอ

 

ยิ่งรู้ก็ยิ่งทุกข์ เค้าอาจจะด่าหมาด่าแมวที่บ้าน แต่ก็ไปเหมาว่าเค้าด่ากระทบเรา คนที่ทุกข์ คือตัวเราเองนะแบบนั้น

 

อ่านเจอประโยคนึง เค้าบอกว่า ‘เวลาเกลียดใครก็เหมือนกับเราเอาผลไม้มามัดไว้กับตัว ยิ่งนานมันก็จะยิ่งเน่า แล้วเรานั่นแหละที่จะเหม็นเอง’

 

ถ้าทุกคนคิดได้แบบนี้ก็คงจะดี จะไปสอดส่องชีวิตคนที่เราไม่ชอบทำไม มันสนุกตรงไหน หาความบันเทิงอะไรไม่ได้ซักอย่าง

 

ถ้าปากบอกว่าไม่ใส่ใจ ก็ให้ทำอย่างปากว่าจริงๆ ไม่ดีกว่าเหรอ

 

คนโดนเกลียดเค้าไม่ได้มาทุกข์ร้อนด้วยหรอกนะแบบนี้ มีแต่เราที่ทุกข์อยู่คนเดียว

 

คิดให้ดีๆ ว่าสุดท้ายแล้วคุณเกลียดอะไร  “เกลียดคนอื่น หรือเกลียดตัวเอง”

Lost

March 31, 2012 in A Little Things

ถ้าย้อนนับกลับไป ชีวิตนี้ทำของหายมาแล้วนับไม่ถ้วน

ของสำคัญบ้าง ของไม่สำคัญบ้าง

แต่ทุกครั้งก็อดโทษในความสะเพร่าของตัวเองไม่ได้

ของบางอย่างลืม ของบางอย่างโดนขโมย บางอย่างก็หล่นหายตามรายทาง

ล่าสุดสร้อยข้อมือที่ตั้งใจสั่งทำ ใ่ส่ได้ไม่ถึง 20 นาที ก็หล่นหายไป ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง

มันไร้ร่องรอย แม้จะวิ่งกลับไปวนหา แต่มันก็หาไม่เจอ

อึ้ง ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกนั้นได้ยังไง พูดไม่ออกและบอกไม่ถูก

ไ้ด้แต่หวังว่าจะมีคนเก็บได้และเอาไปฝากไว้ แต่มันก็ช่างเลือนลางเหลือเกิน

มันหายไปแล้ว บอกตัวเองได้แค่นั้น

และทำได้แค่ทำใจ โวยวายไปมันก็คงจะไม่กลับมา

 

ย้อนคิดไป ของหลายอย่างในชีวิต ทำไมมันช่างหล่นหายตามรายทางได้อย่างมากมาย

มีทั้งที่หายอย่างรู้ตัว และไม่รู้ตัว

ย้อนคิดกลับไป นอกจากของแล้ว เราอาจเผลอทำใครหลายๆคนหายไปจากชีวิตด้วย

มีทั้งคนที่ตั้งใจให้หาย และไม่ได้ตั้งใจ

 

ชีวิตนี้เราจะทำของหายอีกมากมายเท่าไหร่กันนะ

เชียงคาน สราญรมย์

December 19, 2011 in On My Way

 

ไม่ได้ออกเดินทางนานมาก  จนอาจเรียกได้ว่าเป็นปีที่เดินทางน้อยที่สุดในรอบ 3-4 ปีทีผ่านมา

แต่ถ้าวัดจากระยะทาง ปีนี้อาจเป็นปีที่เดินทางได้ระยะทางไกลมากที่สุดก็เป็นได้

หลังกลับจากอินเดีย แทบจะไม่ได้เก็บกระเป๋าออกไปไหนอีกเลย

ไม่ว่าจะกล้อง หรือรองเท้า ทุกอย่างถูกวางทิ้งร้าง ให้ฝุ่นเกาะ

จนพอจะเอาออกมาใช้ รองเท้าก็ต้องตัดใจโยนทิ้งเพราะสภาพที่เกินจะรับไหว

และกล้องคู่ใจ ที่ใช้การไม่ได้และยังไม่ทราบสาเหตุ เฮ่อ!!

 

และล่าสุดกับทริปที่ตอนแรกคิดว่าคงไม่ได้ไปเพราะติดงาน

แต่สุดท้ายโรคพยายามกับการไปเที่ยวมันก็เกาะเหนียวแน่นหนึบแบบเอาออกได้ยากยิ่ง

เลยตัดสินใจเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า พร้อมรองเท้าคู่ใหม่ที่สภาพไม่ใหม่อย่างที่ควรจะเป็น

แบกกระเป๋าเดินทางตามทุกคนไปเชียงคาน  แม้จะได้ค้างแค่คืนเดียว แต่ขอให้ได้ออกเดินทางซักนิดก็ยังดี

 

สถานีขนส่งหมอชิตเมื่อหลายปีก่อนเป็นยังไง วันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้นที่คราคร่ำไปด้วยผู้คน

เห็นน้องๆหลายคนถือถุงนอน แบกเตนท์ คงไปไหนซักที่ และคิดว่าหลายคนคงไปเจอกันบนภูกระดึงแน่ๆ

หมอชิตในช่วงที่มีวันหยุดติดกัน 3 วัน แสนจะแน่นขนัด เก้าอี้ว่างๆไม่ต้องพูดถึง แค่มีพื้นให้หย่อนก้นนั่นก็คงมากพอ

 

สามทุ่มสิบนาที คือเวลาที่บอกไว้ในตั๋ว

หลังจากหาอะไรใส่ท้อง และดูเวลาสองทุ่มสี่สิบ เลยตัดสินใจลุกเดินออกไปขึ้นรถ

สามทุ่มเกือบๆครึ่ง รถทัวร์ถึงจะเริ่มพาตัวเองโขยกเขยกออกจากที่จอดรถได้

พอเริ่มจะเข้าสู่ภวังค์ เบาะของคนข้างหน้าก็เอนลงมาจะแทบจะเกยตัก

แอบคิดในใจตามประสาคนไทยหน้าบางที่ไม่อยากจะพูดอะไรมากว่า

“ถ้าจะเอนขนาดนี้แล้วทำไมไม่เอาเสื่อมาปู่นอน(วะ)คะ”

บังเอิญเป็นคนขาสั้น เลยเก็บขาตัวเองขึ้นมาอยู่บนเบาะ และนอนขดหลับไปอย่างเป็นสุข

 

ใครว่าหลับบนรถไม่สบาย คืนนั้นรู้สึกว่าหลับสบายซะจนฝันอะไรเรื่อยเปื่อยเป็นตุเป็นตะ

ตื่นมาอีกทีก็เข้าเขตจ.เลย ซะแล้ว

รถทัวร์แวะจอดส่งคนที่สถานีขนส่งเลย ก่อนจะขับต่อมาปล่อยพวกเราลงที่เชียงคาน

เดินลงจากรถมาอย่างมึนๆ พร้อมๆกับเจอบรรดาลุงๆสามล้อ เรียกปาวๆให้ขึ้นรถ

เพราะยังงงๆและหลงทิศ เลยพงกหัวหงึกๆสองทีให้ลุง แล้วก็เดินตามแกขึ้นรถ บอกว่าไปซอย 16

พยายามจะโทรหาเพื่อน แต่โทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดันไม่มีสัญญาณ

โชคดีที่ถามชื่อที่พักเอาไว้ก่อน เลยคิดว่า ถ้าหาไม่เจอยังไงเดินหาที่พักเอาก็แล้วกัน

ลุงคนขับเอาไปหย่อนไว้ในซอย 16 แต่ที่พัก มันดั๊นอยู่ต้นซอย คนละฝั่งกับซอย16 อีกตะหาก – -“

พอเดินออกมาเลี้ยวหัวมุมถนนปุ๊บ ก็เจอเพื่อนปั๊บ มันบอกว่าเดินมารับ เพราะเห็นว่านั่งรถผ่านหน้าไปเมื่อกี๊

ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ทิ้งให้หนูหลงทาง (^/\^)

 

เชียงคานเล็กและเงียบกว่าที่คิด แต่ใครจะรู้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เชียงคานจะกลายเป็นชุมชนแออัด

คืนนั้นผู้คนหลั่งไหลมาเชียงคานราวกับไม่นัดกันไว้ก่อน เพราะถ้านัดคงจะผลัดๆกันมา ไม่ต้องมาชนกันตูมตามขนาดนี้

คนเยอะแยะเบียดเสียดยัดเยียด แย่งกันกินแย่งกันนั่ง แย่งกันซื้อ และแทบจะแย่งกันหายใจ

อาจเพราะเป็นโรคไม่ค่อยถูกกับคนเยอะๆเท่าไหร่ เลยพาลอึดอัดเล็กน้อยถึงปานกลาง

กินข้าวอิ่ม สองมือหิ้วของฝากอีกนิดหน่อย ก็ลากสังขารกลับไปอาบน้ำนอนดูทีวี

 

เช้าวันรุ่งขึ้นต้องเดินทางกลับ  แต่เช้าวันนั้นแทนที่จะได้กินของอร่อย กลับต้องฝากท้องน้อยๆไว้กับมาม่าใน 7-11 แทน

ระหว่างทางแวะส่งเพื่อนที่โคราช  ถึงได้กินผัดหมี่โคราช ที่อร่อยมาก แต่ไม่รู้ว่าเพราะหิวหรือว่ามันอร่อยจริงๆ ฮ่าๆ

ล้อเล่นนะคะ ของเค้าอร่อยจริงๆ

 

เย็นวันนั้นถูกเอามาปล่อยทิ้งไว้ที่สี่แยกบางนา ให้ขึ้นรถไฟฟ้ากลับห้องพี่สาว

ปกติก็รู้สึกว่าสถานีรถไฟฟ้ากับสี่แยกมันไม่ไกลกัน แต่ทุ่มกว่าคืนนั้นพร้อมกระเป๋าเล็กๆหนึ่งใบระยะทางมันดูไกลกว่าที่คิด

เงินที่เหลือติดกระเป๋าตอนนั้นคือ 1.50 บาท เดินเจอตู้ ATM ก็หยิ่งไม่ยอมกด

เดินไปได้นิดนึงก็ดันลืมตัวโบกรถสองแถว  แต่ก่อนจะก้าวขาขึ้นรถก็นึกขึ้นได้ว่าไม่มีเงิน แบบจริงจัง

เลยวิ่งไปบอกพี่คนขับ แกโบกมือบอกว่า  “เออ ขึ้นๆไปเถอะ”  เลยไม่อยากขัดใจพี่แก ยกมือไหว้สวยๆและกระโดดขึ้นรถไปเบาๆ

สองเท้าเหยียบรถไฟฟ้า หัวพิงพนัก กลับถึงห้องสองทุ่มกว่าๆ และหลับเป็นตาย

หนอน(หนังสือ)

November 4, 2011 in A Little Things

ขี้นมาแบบนี้ ไม่ได้จะบอกว่าตัวเองเป็นหนอหนังสือหรอกนะ

 

แค่ตอนนั่งกินข้าว อยู่ดีๆ ก็นึกขึ้นมาเฉยๆว่า

 

เราเองก็ชอบอ่านหนังสือ แต่มันอยู่ในระดับไหนกัน

 

ที่แน่ๆ คงไม่ถึงขั้นหนอนหนังสือ

 

ก็แค่ชอบอ่าน

 

และเท่าที่ค้นพบ (เอาเอง) คนเราชอบอ่านหนังสือไม่เหมือนกัน

 

บางคนอ่านได้ทุกประเภทจริงๆ ตั้งแต่ตำราวิชาการไปจนถึงการ์ตูนเล่มละ 5 บาท

 

บางคนบอกว่า อ่านหนังสืออ่านเล่นไม่ได้ อ่านไม่เป็น อ่านเป็นแต่หนังสือเรียน

 

ส่วนเราจัดอยู่ในประเภท อ่านหนังสืออะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่หนังสือวิชาการ มันพาลให้ง่วงทุกทีไป

 

อ้อ หนังสืออีกประเภทที่อ่านน้อยมากคือ นิตยสาร อ่านเฉพาะเวลาไปตัดผมนั่นแหละนะ ฮ่าๆ

 

หนังสือเป็นสุดยอดของการพักผ่อนหย่อนใจ ที่ไม่ต้องใช้ไฟ ไ่ม่ต้องเสียบปลั๊ก ยกเว้นว่าจะนั่งอ่านตอนกลางคืน

 

แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ เพราะมีกิจกรรมยามว่างอย่างอื่นน่าสนใจกว่ารออยู่

 

และถ้าจะหาต้นสายปลายเหตุว่าทำไมเราถึงชอบอ่านหนังสือ

 

สั้นๆคำเดียวเลยคือ พ่อ กับ แม่ นี่แหละ

 

พ่อ เป็นคนที่ซื้อหนังสือการ์ตูนให้อ่านเยอะมาก โดยไม่สนใจว่าใครต่อใครจะบอกว่า

 

“ซื้อมาให้ลูกอ่านทำไม หนังสือการ์ตูนมันไร้สาระ”

 

แต่พ่อเคยบอกว่า อ่านหนังสืออะไรก็ได้ แค่อยากให้ลูกชอบอ่าน และอ่านหนังสือเก่งๆ

 

แ่ต่ก็นั่นแหละ  พอโตมาได้ซักระยะ พ่อคงเริ่มทนไม่ไหว

 

เลยยึดหนังสือการ์ตูนทั้งหมดใส่กล่องเอาไปซ่อนช่วงสอบ

 

พอสอบเสร็จหนังสือที่ไม่พบหน้ากันนาน ก็กลับมานอนแอ้งแม้งอยู่ในมือเหมือนเดิม

 

ถ้ามีรางวัล ต้องให้รางวัลส่งเสริมการอ่านยอดเยี่ยมให้พ่อ

 

ถ้าไม่มีใครให้ เดี๋ยวไว้จะทำให้เอง ฮี่ๆๆ

 

ถ้าเราจะเป็นหนอนหนังสือ คงเป็นหนอนตัวอ้วนนอนกลิ้งอยู่กลางกองหนังสือการ์ตูน และนิยายวรรณกรรม มากกว่าตำราวิชาการ

 

แต่เราเห็นด้วยกับพ่ออยู่อย่างนึงนะ

 

หนังสืออะไรก็ได้ที่จะทำให้เราชอบอ่าน

 

อ่านไปเถอะ เพราะหนังสือส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีพิษมีภัยอะไรหรอก

 

ปล.ส่วนหนังสือบางประเภท เราควรเลือกเสพอย่างพอประมาณนะจ๊ะ ^^

จำ

November 3, 2011 in A Little Things

เพราะเป็นคนที่ไม่ชอบจด  ดังนั้นเลยต้องจำ

 

เคยตั้งต้นที่จะจด แต่ก็ล้มเลิกกลางคันไปหลายหน

 

สมุดบันทึกมีเป็นตั้ง แต่ใช้ไม่เคยหมด

 

สุดท้ายสมุดบันทึกทั้งหลาย กลายร่างเป็นสมุดสะสม

 

เต็มไปด้วยตั๋วรถ  ตั๋วหนัง และความทรงจำในรูปแบบการตัดแปะ

 

ข้อความที่เขียนไว้ เขียนแบบเข้าใจเอง เช่นวันที่ และโน๊ตความทรงจำลงไปสั้นๆ

 

สมัยนั้น และสมัยนี้ก็ยังเป็น คิดเอาเองว่า ถ้ามันสำคัญเดี๋ยวเราก็จำได้เอง ไม่ต้องจดหรอก

 

ส่วนของที่ตัดแปะไว้ เรียกว่าเก็บเป็นที่ระลึกมากกว่า

 

ลืมนึกไปว่า พื้นที่เมมโมรี่ในสมองมีไม่มากเท่าไหร่ จะจำอะไรได้หมดนักหนา

 

แต่ก็อย่างว่า ขืนจำได้ทุกเรื่องในชีวิต พื้นที่สมองและพื้นที่หัวใจคงล้นไปหมดแล้วแน่ๆ

 

อะไรที่ยังจำได้ แปลว่ามันคงยังสำคัญ

 

ส่วนอะไรที่หลงๆลืมๆไป แสดงว่าเราคงไ่ม่ได้อยากจดจำซักเท่าไหร่

 

คิดได้ดังนั้น เลยไม่รู้จะจดเพื่อตอกย้ำตัวเองไปทำไมเหมือนกัน

 

อาจอาศัยการพร่ำบ่นผ่านตัวอักษรลงใน blog หรืออะไรบ้าง แต่มันก็จะผ่านไป ไม่ค่อยได้รื้อมาทบทวน

 

ถ้าให้จด หน้าสมุดบันทึกของเราคงว่างเปล่า

 

แต่พื้นที่สมองตอนนี้ที่ยังไม่เต็ม มันมีความทรงจำดีๆอยู่มากมาย

 

ไอ้เรื่องร้ายๆ มีอยู่แล้ว แต่คงโดนเบียดอยู่ซอกไหนซักซอกนึง

 

จดเท่าที่จำเป็น

 

และจำเท่าที่จำได้

 

คงประมาณนั้นล่ะมั๊งเน๊อะ

 

นั่นแหละสำคัญ

November 2, 2011 in A Little Things

สถานการณ์ประเทศไทยตอนนี้สุดแสนจะซีเรียส

 

ด้วยการมาถึงของน้องน้ำที่เล่นเคาะประตูบ้านเกือบครบทุกหลัง

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ชอบมากกับเหตุการณ์นี้ก็คือ

 

ได้เห็นถึงซึ่งน้ำใจของใครหลายๆคน

 

รวมถึงถ้อยคำดีๆ ทั้งปลอบขวัญ ให้กำลังใจ และพยายามบอกให้มองทุกอย่างในแง่ดี

 

อย่างน้อยเราก็ยังได้รับรู้ว่า เมื่อถึงที่สุดแล้ว มนุษย์ที่เกิดร่วมชาติและร่วมโลกเดียวกันย่อมไ่ม่ทิ้งกัน

 

อาจมีบ้างบางส่วน ส่วนน้อย และน้อยมาก ที่อาจแสดงความเห็นแก่ตัวออกมาบ้าง

 

แต่ถ้ามองให้ดี คนส่วนนี้มีจำนวนน้อย ถ้าเทียบกับกระแสน้ำใจ ที่มากมายพอๆหรืออาจจะมากกว่าน้ำที่ท่วมอยู่

 

ถ้าน้ำท่วมอยู่ที่ชั้นหนึ่งของบ้าน เชื่อว่าน้ำใจนั้นคงท่วมไปถึงหลังคาแน่นอน

 

หลายๆคน อาจไม่ได้ลงพื้นที่ แต่ก็ยังเห็นถึงความพยายามในการช่วยเหลือในด้านอื่นๆ

 

คนเราสะดวกในการช่วยเหลือไม่เหมือนกัน

 

แต่สิ่งที่สำคัญคือความใส่ใจ และความห่วงใย ที่ส่งไปหากันต่างหาก

 

ใครมีแรงก็ลงแรง ใครมีเงินก็ลงเงิน ใครไม่ว่างลงพื้นที่ ช่วยกระจายข่าวสารเล็กๆน้อยๆบ้างก็ยังดี

 

สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย แต่นั่นแหละที่สำคัญ

 

เพราะมันแสดงถึงความห่วงใย ใส่ใจ และเอาใจใส่

 

ใส่ใจของเราไปอยู่ที่คนอื่นที่เดือดร้อน

 

และเอาใจของคนที่เดือดร้อนมาใส่ที่ใจของเรา

 

มันสื่อถึงกันได้ เชื่อสิ

 

สิ่งเล็กน้อยที่เรามอบให้แก่กันนั่นแหละ

 

“มันคือสิ่งที่สำคัญ”

 

เพียงแค่เราทำมันด้วยใจของเรา  แม้อาจไม่ยิ่งใหญ่จนใครๆต้องกล่าวขานถึง

 

แต่มันจะเป็นสุขอยู่ในใจของเราเอง

 

อย่างน้อยเราก็บอกตัวเองได้ว่า เราไม่ได้ดูดายต่อความเสียหายและเดือดร้อนของเพื่อนร่วมชาติและร่วมโลก

 

น้ำเขาแค่ขอผ่านทางมา แล้ววันนึงเขาก็จะผ่านไป

 

สิ่งที่เรามอบให้แก่กันในวันนี้ต่างหากที่มันจะคงอยู่ตลอดไป

 

เราจะผ่านไปด้วยกัน

 

และหวังว่าหลังน้ำลด  เหตุการณ์ในประเทศจะกลับมาสงบสุขซะทีนะ ^^

น้ำท่วม(ใจ)

October 17, 2011 in A Little Things

 

หลายเดือนมานี่ฝนตกแบบไม่ลืมหูลืมตา

 

พายุก่อตัวลูกแล้วลูกเล่า ไม่รู้ว่าจะขยันก่อตัวอะไรกันนัก

 

ฟังข่าวทุกวี่ทุกวัน โดยไม่เคยนับวันเวลา

 

ได้ยินนักข่าวประกาศอีกทีบอกว่าบางพื้นที่น้ำท่วมมาแล้วเป็นเดือน

 

เวลาสองเดือนที่แสนน่าเบื่อของเรา กลายเป็นช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมานของใครหลายๆคน

 

ช่วงนี้หัวข้อเดียวของการพูดคุยคือการถามไถ่ และการรายงานสถานการณ์น้ำท่วม

 

รวมถึงกระแสแห่งน้ำใจของคนไทย ที่ตอนนี้งรวมกันเป็นหนึ่งเดียว(ก่อนหน้านี้ตีกันแทบตาย)

 

แม้จะยังมีให้เห็นบ้างว่ายังคงมีการจิกกัด แบ่งแยก และขบกันพอหอมปากหอมคอ

 

แต่ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตาตั้งใจทั้งลงมือและสวดภาวนาให้เหตุการณ์นี้ผ่านไป

 

สิ่งหนึ่งที่เราเ็ห็นมากที่สุดในหน้าาเฟสบุ๊ค คือ “ภาพของในหลวง” ที่พระองค์ทรงงาน แม้ขณะที่ทรงพักรักษาพระวรกายอยู่ในโรงพยาบาล

 

หลากหลายฟอร์เวิร์ดเมล์ และการกดแชร์ต่อๆกันถึงกระแสพระราชดำริในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนของพระองค์

 

ภาพอะไรในประเทศนี้คงไม่น่าชื่นใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว

 

 

ทุกหน่วยงานที่ลงพื้นที่อย่างเต็มที่และแข็งขัน คุณคือฮีโร่สำหรับทุกคนค่ะ

 

 

ธรรมชาติอาจอยากจะบอกให้พวกเรารู้ว่า เวลาที่เรารักกันและร่วมมือกันมันมีพลังขนาดไหน

 

ธรรมชาติอาจเอาชนะเราได้ เพราะธรรมชาติคือเจ้าของโลกใบนี้

 

แต่การที่มนุษย์ตัวเล็กๆอย่างเราจะอยู่รอดบนโลกใบนี้ มันคงขึ้นอยู่ที่ตัวพวกเราเอง

 

ขอให้สถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลายและดีขึ้นในเร็ววัน

 

 

 

ปล.เห็นน้ำใจจากเพื่อนร่วมโลก(ไม่ใช่แค่ในประเทศ)แล้วยิ่งปลื้ม

 

ปล.ปล. รักกันเยอะๆนะคะคนไทย ^^

 

 

 

 

In the Dark

October 5, 2011 in A Little Things

 

 

คนเรามักกลัวความมืด

 

เพราะในความมืดนั้นเราไม่อาจมองเห็นว่ามีอะไรซ่อนอยู่

 

เราอาจจินตนาการถึงสิ่งลี้ลับ และน่ากลัวมากมาย

 

และเราอาจไม่แม้แต่อยากจะเดินเข้าไปในความมืดนั้น

 

บางครั้งให้ยืนไกลๆ และมองเข้าไปยิ่งรู้สึกว่ามันน่ากลัว

 

อันที่จริง เราไม่ได้กลัวความมืด หากแต่เรากลัวจินตนาการของตัวเองมากกว่า

 

แต่ถ้าลองคิดดูดีๆแล้ว

 

บางครั้งยิ่งมืดเท่าไหร่ บางสิ่งบางอย่างกลับยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น

 

ในคืนเดือนมืด เรามักมองเห็นดวงดาวมากมายเต็มไปหมด

 

ยิ่งมืด ยิ่งกระจ่างชัด

 

ถ้าไม่มืด ดาวก็คงไม่เด่น ว่ามั๊ย?

 

บางครั้งเราอาจมองข้ามอะไรบางอย่างที่ถ้าหากไม่มี

 

เราก็คงไม่ได้มองเห็นอีกสิ่งหนึ่งเช่นกัน
บางอย่างจะชัดเจนขึ้นไม่ได้ ถ้าขาดอีกสิ่งหนึ่ง

 

วันนี้คุณมองข้ามอะไรไปบ้างรึป่าวคะ ^^

ไม่ใช่ไม่มี

September 29, 2011 in A Little Things

บางอย่าง เราอาจมองไม่เห็น

 

แต่ไม่ได้หมายความว่าัมันไม่มีอยู่

 

อย่างดวงดาวในตอนกลางวัน

 

หรือพระอาทิตย์ในตอนกลางคืน

 

บางอย่างจะออกมาให้เราเห็นแค่ในบางเวลา

 

อาจเป็นเพราะอยากให้เราเห็นคุณค่า

 

และลี้หายไป ไม่ใช่หลบหน้า

 

หากแต่อยากจะบอกกับเราว่า

 

ถึงเราจะมองไม่เห็น

 

แต่สิ่งเหล่านั้นก็จะยังคงอยู่ที่เดิม

 

และจะออกมาหาเราในเวลาที่เหมาะสม

 

ก็แค่นั้นเอง!!

Brother-End

August 26, 2011 in A Little Things

เธอแอดเฟสบุคผมมา

 

นั่นแสดงว่าเธอจำผมได้อย่างนั้นสินะ

 

เธอทักผมก่อน

 

ผมแสดงตัวว่ารู้จักเธอ

 

เราคุยกัน แต่พบว่าต่างคนต่างก็ไม่ยอมทักเพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะจำกันไม่ได้

 

เราไม่ได้ลืมกันไปจริงๆ ผมดีใจจัง

……

 

ฉันคุยกับพี่ตัวเล็กแล้ว

 

ฉันลังเลอยู่นานว่าจะเริ่มต้นทักทายยังไงดี

 

ฉันอาศัยโลกออนไลน์เล็กๆน้อยๆในการเริ่มต้นบทสนทนา

 

เราไม่ได้ลืมกันไปจริงๆ ฉันดีใจจัง

……

………

End.

 

และวันนี้อยู่ดีๆ ฉันก็คิดขึ้นมาว่า

 

ถ้ามันเป็นอดีตที่น่าประทับใจสำหรับฉันขนาดนั้น

 

ฉันคง ควรที่จะปล่อยให้มันเป็นอดีตต่อไปมั๊ยนะ

 

เพราะปัจจุบัน  คนบางคนในความทรงจำนั้น ช่างเลือนลางจนไม่อาจจับต้องได้เลยจริงๆ

 

 

Sharing Buttons by Linksku